พบกันครึ่งทางที่ สสร.3

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย มีเป้าหมายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ New Release 2550 เนื่องจากดูแล้วว่า เป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย เป็นอย่างยิ่ง บางคนไม่สำเหนียก เหิมเกริม ลุแก่ความโง่ ออกมากล่าวหา รัฐบาลว่ามัวแต่สนใจตนเอง ไม่สนใจปัญหาปากท้องชาวบ้าน ซึ่งถ้าจะพูดให้ถูกต้องแล้ว ก็ต้องบอกว่า พวกเผด็จการศักดินาสมองนิ่ม ทั้งหลายนั่นต่างหาก ที่มันนึกถึงแต่ตัวเอง ไม่สนใจใยดีว่า ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน แสนสาหัสอย่างไร เล่นเกมส์การเมืองใต้ดิน กันจนประเทศ วิบัติฉิบหายย่อยยับ ส่วนบรรดาพวกที่กระแดะ คิดว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลาง เพราะโดนหลอกสนตะพาย ร้อยจมูก ก็ทำเป็นดัดจริต บอกว่าไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญในเวลานี้ โธ่…. ก็มันจะไปรู้ซึ้งได้อย่างไร เพราะวันๆเอาแต่นั่งนับวันรอสิ้นเดือน จะได้กด ATM แต่ถ้าไปถามพวกผู้ประกอบการ นักลงทุนระดับบิ๊กทั้งหลาย เขาได้แต่ส่ายหัวเือือมระอา และเริ่มตกผลึกแล้วว่า ใครคือ ตัวปัญหาที่แท้จริงของประเทศชาติ ระหว่าง พวกเผด็จการศักดินา หรือว่า พวกนักการมือง

เมื่อตั้งเป้าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแล้ว เดิมก็ใช้วิธี ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาฯ พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสียให้สิ้นซาก แต่วันดีคืนดี ก็เกิดมีแนวคิดที่จะให้มีการตั้ง สสร.3 ขึ้นมาแก้ไขแทน ซึ่งนั่นก็ต้องไปแก้ไข มาตรา 291 เพื่อเปิดทาง ให้มีการรวบรวมผู้คนมาทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญแทน เพื่อความเก๋ไก๋ไร้ข้อครหา ว่าเป็นการทำเพื่อตนเองอะไรประมาณนั้น กระบวนการนี้ก็เข้าท่าดี ถือเป็นการหาทางออก ผ่าทางตัน สถานการณ์ทางการเมือง ที่คาดว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง หากปล่อยให้ทางรัฐบาลพรรคพลังประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญไปตามลำพัง ซึ่งอุปสรรครออยู่มากมายมหาศาล ดูอาการพรรคสุนัขรับใช้ เผด็จการศักดินาบางพรรค แสดงอาการงอแง ตั้งแง่ป่วนอยู่ แต่ถ้าใช้กรรมวิธีนี้ ก็จะเป็นการดีที่สุด และเป็นการสะกดวิญญานอัปรีย์จัญไร ไม่ให้มันกำเริบเสิบสาน คอยจ้องจะล้มกระดาน สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนอีก

****************************

มาตรา ๒๙๑ การแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญให้กระทำ ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่า ด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้

(๒) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้อง เสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ

(๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(๔) การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น จากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ

(๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป

(๖) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยใน การที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

(๗) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

Explore posts in the same categories: การเมือง

Tags: ,

You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.

One Comment on “พบกันครึ่งทางที่ สสร.3”

  1. bloggoo Says:

    “ขอเชิญคุณมาร่วมแบ่งปันความคิด สิ่งที่น่าสนใจ สะท้อนความเป็นตัวคุณ เพื่อให้เป็นสังคมออนไลน์คุณภาพอีกแห่งหนึ่งของคนไทย พิมพ์หรือเข้าไปได้ที่ http://www.bloggoo.com/
    ขออภัยหาก Comment ฉบับนี้รบกวนท่าน. ขอบคุณมากครับ.

Comment: