ไม่ยืนตรง ในโรงภาพยนตร์ ระวังซวย เมษายน 21, 2008
Posted by killerpress in การเมือง,Thai Politics.Tags: ยืนตรง, หมิ่นพระบรมเดชานุภ, โรงภาพยนตร์
trackback
เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวกัน ในคนกลุ่มเล็กๆไปเสียแล้ว เมื่อมีผู้บังอาจเหิมเกริม ลุแก่เสรีภาพเกินขอบเขต ไม่ยอมยืนตรงเคารพ ในขณะที่มีเพลงสรรเสริญพระบารมี ในโรงภาพยนตร์ เจอโทษานุโทษขั้นร้ายแรง สำหรับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ซึ่งมีเนื้อหาสาระดังนี้ มาตรา ๑๑๒[๓๓] ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี สำหรับมาตรานี้ยกมาจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (เดี๋ยวคนบางคนเค้าจะหาว่านั่งเทียน)
เวบสังคมนิยมอย่างฟ้าเดียวกัน เปิดให้กำลังใจกันยกใหญ่ (อันที่จริง ตีลังกาอ่านมาตรานี้ แล้วเปรียบเทียบกับ กรณีที่เกิด มันไม่เข้านี่หว่า คนแจ้งความ ระวังจะซวยกลับ เอานะ)
ร่วมให้กำลังใจ “นายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน”
กรณีถูกตั้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”
สืบเนื่องจากกรณีนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน ได้ถูกนายนวมินทร์ วิทยากุล ทำร้ายร่างกายและแจ้งความว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”) เนื่องจากทั้งคู่ไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2550
จนเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2551 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่าทั้งสองมีความผิดฐาน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยนัดหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาวันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 เวลา 13.30 ณ สน.ปทุมวัน
พวกเราที่มีรายนามข้างล่างมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้
1. เราขอให้กำลังใจนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนในการต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด
2. เราไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาปิดกั้นการแสดงออกของปัจเจกบุคคล ประหนึ่งว่าคนเหล่านั้นเป็น อาชญากร ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
3. เราไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่มีความคิดเห็น/อุดมการณ์ทางการเมือง ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าความคิด/อุดมการณ์ทางการเมืองดังกล่าวจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะเราเชื่อว่า ความคิดเห็น/อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรักษาไว้
ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม
นี่เป็นอุทธาหรณ์ สำหรับเราท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะติดขัดด้วยสาเหตุประการใดก็ตาม จะต้องยืนตรงทุกครั้ง ที่เข้าชมภาพยนตร์ ในโรง มือแนบชิดติดลำตัว หน้าเชิดตรง หรือยืนด้วยความสำรวม ห้ามทำอะไรอันเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย จนอาจถูกคนในโรงหนังเกิดความเข้าใจผิดได้ ใส่ร้ายป้ายสีเรา และนำมาซึ่งการถูกทำร้าย กลายเป็นคดีอันร้ายแรง อุกฉกรรจ์ ดังตัวอย่างที่ได้เห็น สำหรับผมไม่มีปัญหา เพราะเช่าหนังแผ่นมาดู และโหลด Bittorent มาชมเป็นที่สำราญบานฤทัย โรงหนังไม่ได้กินเงินผมหรอก
ยุคนี้ทำอะไรก็ต้องระวังตัว สถานการณ์ไม่ค่อยจะดี ทางที่ดีพกพาอาวุธไว้บ้าง (ต้องมีใบพกนะครับ) มีอะไรก็ยิงสวนป้องกันตัว มันไปก่อน (โดยเน้นไปที่ช่วงล่าง มีฎีกาฯ รองรับว่าเป็นการป้องกันตัว อย่าเล็งหัวนะจ้ะ) เพราะถ้ามันเกิดมีพวกบ้า เข้าใจผิดกันขึ้นมา จะกรูเข้ามาทำร้าย จับเอาไปแขวนต้นมะขาม เอาเก้าอี้ตี แบบปี 2519
ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินไปเถอะ
- You don’t need to stand up!!!
- But “ทำร้ายร่างกาย” is a criminal.
- By the way, you didn’t refer to where you copied this article from!!! it’s similar to http://facthai.wordpress.com/2008/04/21/เรียน-สื่อมวลชน/
“ยุคนี้ทำอะไรก็ต้องระวังตัว สถานการณ์ไม่ค่อยจะดี ทางที่ดีพกพาอาวุธไว้บ้าง (ต้องมีใบพกนะครับ) มีอะไรก็ยิงสวนป้องกันตัว มันไปก่อน”
And you name has to be “Doung-Cha-Learm” too.
ไม่มีปัญหาสำหรับสหาย Lek ได้เสมอ…จัด link ให้
มึงลบกะทู้กูเหรอไอ้คิวเย่อเปรต ระวังตัวไว้นะไอ้ปากหมา จาบจ้วง ระวังจะไม่ตา…ยดี
ขอบคุณนะคะ จะได้ทราบไว้เป็นข้อมูล แต่ยังไงหนิงก็คงไม่โดนหรอกค่ะ เพราะปกติยืนตรงทุกครั้ง ไม่เคยเซเลย อิอิ
ไอ้เบื้อกเอ๊ยย … ลบเพราะว่าหวังดีกับมึงต่างหาก เดี๋ยวมึงเองนั่นแหละ จะซวย เหอ เหอ….
ningyogaphuket ขอบคุณน้องนิ้ง โยคะ มากจ้ะ
เฮ้อ.. ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษพวกนี้เป็นคนไทยที่อยู่ผืนแผ่นดินนี้มาตั้งแต่ก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่ก็คงต้องเสียใจแทนจริงๆ ที่สั่งสอนลูกหลานมาจนมีสมองคิดได้แค่นี้ไม่มีความกตัญญูรู้คุณว่าที่อยู่ได้สุขสบายจนสามารถมาเรียกร้องป่าวๆ เรื่องเสรีภาพอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะอะไร แถมยังไม่รู้จักดูรากเง่าของบรรพบุรุษและบรรทัดฐานทางสังคมที่ดีของสังคมไทย แต่ถ้าเป็นพวกต่างด้าวเพิ่งอพยพเข้าเมืองมาละก็พอจะเข้าใจ
คอมมิวนิสต์รับใช้ทรราชย์
เรียนรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปี4 เรียนมา8 ปีแล้ว
นี่เบอร์โทร กลุ่มเขา เขาแจกให้ด้วย เขาไม่กลัว
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ 081-420-1830
นายสุวิทย์ เลิศไกรเมธี 089-1650822
ชนกาญจน์ พันธุ์เดิมวงศ์ 086-339-1045
อดิศร เกิดมงคล 089-7887138
โชติศักดิ์ อ่อนสูง 086-618-1200
เลว
เลวยังไง ไม่เข้าใจ อธิบายซิ
อ้างเรื่องสิทธิก็หัดแหกตาดูเรื่องการสิทธิและหน้าที่ด้วย
มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่
ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ” หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ”
มาตรา ๗๐ บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา ” พระมหากษัตริย์ ” และ
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๗๓ บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร ช่วยเหลือในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ
สาธารณะ เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม ” พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสาน ศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น” และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
“บรรทัดฐาน ของสังคม” เป็น สิ่ง ที่ ไม่จำเป็นต้อง .. จดหรือ ตราไว้ใน กฎหมาย
แต่ มัน จะถูก บันทึก อยู่ ใน มโนธรรม จริยธรรม และ วัฒนธรรม ในท้องถิ่น นั้นๆ
เช่น เมื่อ อยู่ใน ท้องถิ่นที่ เขา เคารพนับถือ บูชา อะไรสักอย่าง?
…แล้ว เกิด พี่โชติ.. ดันไปลบหลู่? จะตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจ ก็ตามที..?
คนในท้องถิ่นนั้น ..เกิดไม่พอใจ แล้ว…. ลาก เอา พี่โชติ..ไปตัดหัว เสียประจาน รอบเมือง
ตามกฎหมายท้องถิ่น..ก็ ยากที่จะสามารถ เอาผิด เอาความ กับ คนในท้องถิ่นนั้นได้ เช่นกัน!!~
กลับมาที่ กฎหมายไทย แม้นจะ ไม่ได้ บอกหรือบังคับ ว่า จะต้อง ยืนตรง? ในโรงหนัง..
แต่คนต่างชาติ ..ตัวอย่าง เช่น คนอเมริกัน เขา จะ.. ยืนขึ้นตามทันที
เพราะอะไรรู้ไหมฮะ ?
เพราะ สถานทูต อเมริกา เขาจะเขียน ใน ต.ม. ของเขาเอง ..เตือนให้คนของเขา (คนอเมริกัน)
ที่มาประเทศไทย..อังกฤษ..เจแปน .. ต้องทำความเคารพ KING..QUEEN..Emperor ด๊วย
สถานทูตของเขา ..เอาใจใส่ในเรื่อง การับรอง กฎ บรรทัดฐานของสังคม แต่ละประเทศเป้นสำคัญ!!
ไปนำมาจากผู้รู้ให้ได้อ่าน คร๊าบ
ไปตายซะไอ้โชติศักดิ์และเพื่อนแผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น
ผมเคยไม่ยินคนบางเค้าเล่ากันว่า เค้าก็ไม่ยืนเหมือนกัน
เพราะเข้าไปถึงก็มีตัวอย่างภาพยนตร์ น๊านนาน
เลยเผ้อหลับไปตื่นมาอีกทีก็เห็นคนข้างๆเดินลุกออกไปพอดีเลย
สรุปเลยไม่รุ้เรื่องว่า มาดูหนังหรือให้หนังดูคนกันแน่ครับ
ช่วยกันประนามคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะเยี่ยงนี้ แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น เป็นคนไทยแท้ๆยังไม่เคารพเพลงชาติ น่าให้ไปเกิดที่หมู่บ้านบางระจันนิ
ผมเคยไปดูหนังแถวๆนนท์ ไม่ยืนกันเยอะเลยครับ แต่ไม่กล้าหือครับ เพราะแต่ละราย หน้าตาโหดๆทั้งนั้น ใจไม่ถึง ไม่กล้าไปโวยวายหรอกครับ เดี๋ยวเจอสวนคร้าบบ
ไม่อยากยืนก็เข้าช้าหน่อยก็ได้ครับ รอเพลงจบค่อยเข้ายังทัน พวกเพื่อนๆผมก็ทำกันอย่างนั้นแหล่ะ รอเวลาฉายค่อยเข้าไปครับ พอเพลงจบมีหนังตัวอย่างอีกนิดหน่อย ทันแน่นอน
อย่าข่มขืนวัวเขาเอ้ยอย่าข่มเขาวัวขืน
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เดินไปไหนระวังไฟครอกตายทั้งแก๊ง เบื้องสูงห้มลบลู่ คนรอจ้องมึงเยอะระวังชีวิตจะหาไม่ น่าสงสารพวกคิดไม่เป็น สงสารพ่อแม่มันอ่ะ ที่ให้กำเนิดลูกชั่วๆแบบนี้ลืมตาขึ้นมาคิดทรยศประเทศ
กร๊ากก เพื่อนมันเคยบอกเหมือนกัน ว่าไม่ยินได้ไหม ก็บอกไปว่ายืนเถอะ แค่ยืนมึงไม่ตายหรอก ไม่ถึงต้องกับ ยืนตรงแทบทหารเฝ้ายามก็ได้ ใครจะมาจับผิดขนาดนั้น ส่วนไอ้คนที่ไม่ยืนในข่าวนิก็ คนข้างๆเห็นละคือ นวดหน้าไปซะ สมควรอยู๋ แต่ตีแล้วก็ควรหนี เอาแม่งให้ตาย กร๊ากกก ส่วนเรื่องพกปืนแล้วยิงนิ ไอ้คนยิงคงไม่เหลืออะไรแน่นอน เพราะคนในนั้นอาจจะเข้าไปนวดทั้งตัวให้แน่ๆ ไม่ก็พากันวิ่งหนี ไอ้คนที่ยิงก็คงยิงมั่วไปโดนคนตายอีก ตายห่าติดคุกหัวโต ที่ว่าความเป็นธรรม คงไม่มีใครไปเชื่อไอ้คนยิงหรอกว่าป้องกันตัว เพราะใครจะไปดู ถ้าไม่มีเพื่อนมันไปด้วย แล้วอ้ายทักษิณนิมีส่วน กับเรื่องนี้เปล่า แต่ก่อนชอบนะ เดี๋ยวนี้ลืมเหมือนมันเน่าแฟะแล้วง่ะ และก็มาเห็นบทความบนบล็อกนี้ มันสับสนไปหมด ฝ่ายร้ายมาคู่กับฝ้านร้าย โอ้ยเมา
ผมไม่ได้ดูแคลนนะ แต่เรื่องแค่นี้ ยังยืนไม่ได้ อย่างอื่นก้อไม่ต้องไปทำแล้วหล่ะกับชีวิตพวกคุณ
หาอย่างอื่นที่เป้นประโยชกว่านี้เหอะ ลองไปถามคุณพ่อ คุณแม่ที่บ้านซิว่า คุณทำผิดหรือไม่
แย่จังเลยครับ
ไม่ใช่อะไรหรอก คือเบื่อพวกที่ทำนักเลงเข้าใส่น่ะ เห็นว่าพวกนั้นเป็นพวกหน่อมแน้ม เป็นพวกปัญญาชน ก็เลยกล้าออกลูกนักเลง
ถ้าเจ๋งจริง ไปตามโรงหนังย่านชานเมืองสิ… มันนอกจากจะไม่ยืนแล้ว ยังเอาตีนพาดเบาะ นอนเอกเขนก ดูดบุหรี่ปุ๋ย ไม่มีใครกล้าหือ หา…
^
^
^
เคยเห็นเช่นกันแต่ไม่บ่อย เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบดูหนังโรงเอาซะเลย เอาตีนพาดเบาะตรงข้าม คงจะเหม็นน่าดู เอิ้กๆ
ไปตายห่าา ซะ ไอ้ จัญไร โชติศักดิ์
เหี้ย
ถ้าไม่อยากเคารพ ถ้าไม่อยากยืน ถ้าไม่อยากรัก ถ้าไม่อยากรู้จักบุญคุณ
คุณทำอะไรให้ประเทศบ้าง ถามตัวคุณเองก่อน เมื่อสมัยประเทศจะเป็นประเทศ คุณอยู่ที่ไหน
วัน ๆ คุณก็จะมาร้องเอาไอ่นู้นไอ่นี่ ไม่รู้จักคำว่า “พอ” หรือ
พ่อแม่คุณ ปัจจุบันคุณก็ยังยกมือไหว้ท่านอยู่หรือไม่
ทำไมไม่คิดให้ลึกลงไป
พวกคุณมันอกตัญญู ทำตัวเป็นคนไร้พ่อไร้เจ้า ถ้าบอกไม่กลัวขอให้ประกาศรวมตัวเพื่อแสดงพลังให้คนไทยเขารู้ทั่วกันว่าพวกท่านจะไปดูหนังและไม่ยืนถวายความเคารพกันที่ไหน คุณจะได้เข้าใจว่าคนกตัญญูผู้ได้รับการสั่งสอนมาดีเขาทำอย่างไร เพื่อปกป้อง…พ่อ…ของของพวกเรา
ผมและคนไทยที่รักพ่อทุกคนก็ไม่กลัวพวกคุณเหมือนกัน
ปกร พูนผล 081-7171120
มาเชียงใหม่สิครับคุณๆ
นายสมบัติ บุญงามอนงค์
นายสุวิทย์ เลิศไกรเมธี
ชนกาญจน์ พันธุ์เดิมวงศ์
อดิศร เกิดมงคล
โชติศักดิ์ อ่อนสูง
มานะแล้วจะกระทืบสั่งสอนเรื่อง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ให้ไอ้ควาย…พวก เชี่ย เก่งแต่ปากนะพวกมึงปากดีกันจัง เก่งจัง ไม่ชอบก็ไปหาแผ่นดิน อื่นอยู่ กุอยากกระทืบ พวกมึง
นี่แสดงว่า ต้องเป็นคนในวงการจริงๆ รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ครบหมดเลย 555555
คิดต่างไม่ว่า เสือกทำต่างด้วย ถามหน่อยคุณมีสัญชาติไทยไว้เขียนในใบสมัครงานหรือไงวะ
*ไม่ใช่แค่ 2 ตัวนั้นนะยังมีพวกเรียนสูงแต่ชั่วอีก
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
ประวิตร โรจนพฤกษ์
ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น
สุลักษณ์ ศิวรักษ์
ยังมีหน้ามาเสวนาวิชาการเรื่อง ‘สิทธิมนุษยชน กับความคิดเห็นที่แตกต่าง’
ในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ อีกนะ ปัจจุบันนี้แม็งยังไม่เลิกกันเลย
แล้วไอ้ที่บอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่งั้นโดนข้อหาหมิ่นประมาทหนะ พวกเมิงค๊าบบ ก็ทำตัวตามสบายๆสิค๊าบบ
สบายแบบ อยู่ในกฏหนะ เมิงเคยเป็นนักศึกษาวิชาทหารปะเนี้ย
ซักวันลูกหลายจะยืนขี้เยี้ยวใส่หัวพระบิดามารคุณข้อหาสิทธิไม่อยากเคารพ แม็งก็แค่คนแก่คนนึง
ไปฟังเพลง “ด.ช. ปึกแป้นปีก” กันบ้างนะ
ส่วนใหญ่พวกนี้มีปัญหาทางจิต..บ้า..หรือไม่ก็DNAผิดปกติเพราะพวกไอ้โชติทุกคนตอนแม่มันท้องยังไปเอากับหมาอีก
เพลงสรรเสริญพระบารมี
ชื่อก็บอกแล้วว่า”สรรเสริญ”
และพวกมึงที่ไม่ยืนนะมึงคิดว่ามึงเป็นใคร
พวกมึงไม่สรรเสริญมึงก็ไปหาแผ่นดินอื่นอยู่
ปัญญาอ่อนเนอะ!
0825733326
ไม่รักชาติ ก็ไปหาชาติอื่นอยู่แล้วกัน อย่าอยู่ชาติไทยเลย สาธุ
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร สมเด็จพระราชินีทรงสร้างงานและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
หลวงพ่อของชาวไทย
พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา
ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทโดยได้เสด็จ ฯ ออกเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารใน
ทุกท้องที่ทุกภาคของประเทศ พระองค์ได้ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบทเป็นอย่างมากดังที่ได้ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการ
พัฒนาชนบทไว้ว่า
” การพัฒนาชนบท เป็นงานที่สำคัญเป็นงานที่ยาก เป็นงานที่จะต้องทำให้ได้ด้วย
ความสามารถด้วยความฉลาด คือ ทั้งเฉลียวทั้งฉลาดและด้วยความบริสุทธิ์ใจมิได้มุ่งหมายหากินด้วยวิธีใด ๆ ใครอยากหากันขอ
ให้ลาออกจากตำแหน่งไปทำการค้าขายดีกว่าเพราะว่าทำผิดพลาดไปแล้ว บ้านเมืองล่มจมและเมื่อบ้านเมืองล่มจมแล้ว เราก็อยู่ไม่
ได้ก็เท่ากับเสียหมดทุกอย่าง “
พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสที่ว่า ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง และเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความทุกข์ของไพร่ฟ้าจากพยาธิภัย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ทั้งแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกเหนือจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ริเริ่มหลายโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังนี้
• โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน
• โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน
• โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์
• หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน
• โครงการศัลยแพทย์อาสาราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
• โครงการแพทย์ หู คอ จมูก และโรคภูมิแพ้พระราชทาน
• โครงการอบรมหมอหมู่บ้านในพระราชประสงค์
• หน่วยงานฝ่ายคนไข้ ในกองราชเลขานุการ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาแพทย์ศาสตร์ตอนหนึ่งว่า …..
“จึงใคร่ขอร้องให้ทุก ๆ คนตั้งใจ และพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ผลสมบูรณ์จริง ๆ อย่าปล่อยให้กำลังของชาติต้องเสื่อมถอยลงเพราะประชาชนเสียสุขภาพอนามัย”
นับเป็นพระราชดำรัสที่แสดงถึงความตั้งพระทัยในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของราษฎรอย่างแท้จริง ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดมั่นที่จะสืบทอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย และสมเด็จพระบรมราชชนนี พระมารดาของการแพทย์ชนบท ในการที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ได้เสด็จออกเยี่ยมเยียนประชาชนในทุกท้องที่ของประเทศแม้แต่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ยากจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้พระราชกรณียกิจด้านการสังคมสงเคราะห์ เห็นได้จากการที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิ ” มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ” ขึ้น
ความเป็นมาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ คือ ในระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๖ ได้
เกิดภัยพิบัติอันเกิดจากพายุโซนร้อนได้พัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย ยังความเสียหายให้แก่ชีวิตทรัพย์สินเป็นจำนวนมากในจังหวัดภาคใต้ ๑๕ จังหวัด โดยเฉพาะที่บ้านปลายแหลม ตำบลตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความทุกข์อันใหญ่หลวงของพสกนิกรในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งได้โปรดเกล้า ฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิตประกาศชักชวนให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้ง
นั้นประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตลอดจนรัฐบาลมิตรประเทศได้ช่วยบริจาคเงินและสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นจำนวนมากเฉพาะเงินสดได้ ๑๑ ล้านบาทได้ทรงให้จัดตั้งเป็นทุนเพื่อหาดอกผลสำหรับเด็กยากจนอนาถาขาดบิดามารดาที่ประสบภัยในครั้งนั้นตลอดจนราษฏรผู้ประสบสาธารณภัยอื่นอีกด้วย โดยโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งชื่อว่า ” มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ” พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิม ๖ ล้านบาทและพระราชทานสมทบอีกในบางโอกาสซึ่งต่อมาภายหลังมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยมาโดยตลอด
นอกจากการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยแล้ว ต่อมาปรากฏว่า ท้องที่ประสบภัยขาดสถานศึกษาและในบางแห่งในจังหวัดภาคใต้ประชาชนยากจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ใช้รายได้จากดอกผลของมูลนิธิ ไปก่อสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นและแต่ละหลังได้รับพระบรมราชานุญาตให้ตั้งชื่อใหม่ว่า ” โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ” เรียงตามลำดับการก่อสร้างก่อนหลัง
บุญชาวไทยได้พึ่งองค์พระทรงยศ
ด้วยปรากฏพระเมตตามหาศาล
น้อมบูชิตพร้อมกายใจในวันวาร
สนองงานพระหลากหลายถวายพระพร “
นบคำนับเนื่องด้วย ชันษามงคล
ชนเหล่าราษฎร์ร่วมมา กราบไหว้
ประสิทธิ์ประสาท ประเสริฐบุญญา
องค์เอกมิ่งขวัญไร้ สิ้นโรคภัยพาน
ภูมิธรรม ธ ปกเกล้า ชาวสยาม
ภูเบศวร์ปกเขตคาม ปิ่นเหล้า
ภูมินทร์ปิ่นพระนาม ทรงศักดิ์
ภูมิพลปิ่นฟ้า เทิดไท้ถวายพร
ใกล้จะถึงวัน ที่ 5 ธันวามหาราช ทำความดีให้พ่อหลวงของเรา ชาวไทยทุกคนนะคับ
พ่อหลวงของเรา ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทโดยได้เสด็จ ฯ ออกเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารในทุกท้องที่ทุกภาคของประเทศ พระองค์ได้ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบทเป็นอย่างมากดังที่ได้ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทไว้ว่าการพัฒนาชนบท เป็นงานที่สำคัญเป็นงานที่ยาก เป็นงานที่จะต้องทำให้ได้ด้วยความสามารถด้วยความฉลาด คือ ทั้งเฉลียวทั้งฉลาดและด้วยความบริสุทธิ์ใจมิได้มุ่งหมายหากินด้วยวิธีใด ๆ ใครอยากหากันขอให้ลาออกจากตำแหน่งไปทำการค้าขายดีกว่าเพราะว่าทำผิดพลาดไปแล้ว บ้านเมืองล่มจมและเมื่อบ้านเมืองล่มจมแล้ว เราก็อยู่ไม่
“ ได้ก็เท่ากับเสียหมดทุกอย่าง ”
“ในหลวง” ให้ยึดคุณธรรม 4 ประการ จะทำให้เกิดรักสามัคคี รักษาไว้ให้เหนียวแน่น
ประการที่หนึ่ง การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน
ประการที่สอง การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์ต่อกัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และกับประเทศชาติ
ประการที่สาม การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน
ประการที่สี่ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล
หากความคิดจิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกายในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ได้ตลอดไป
บุญชาวไทยได้พึ่งองค์พระทรงยศ
ด้วยปรากฏพระเมตตามหาศาล
น้อมบูชิตพร้อมกายใจในวันวาร
สนองงานพระหลากหลายถวายพระพร
- ไทยทั่วฟ้าหมดทุกข์ สุขเกษม
น้ำพระทัยในหลวง ปวงปรีดีเปรม
อุ่นอิ่มเอมพ่อปกป้องเหล่าผองไทย =
รักในหลวง ห่วงชาวไทย
ร่วมมีน้ำใจ ชาวไทยทุกคน =
วันพ่อปีนี้ ประชาชีสุขสันต์
เป็นวันสำคัญ เป็นวันบูชา
พระองค์เหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา
ชวนให้ประชา คิดทำความดี =
เรารักพระเจ้าอยู่หัว ร่วมใจทำความดี สามัคคี ถวายในหลวง
พระราชกรณียกิจด้านภาษาและวรรณกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถโดดเด่นในด้านภาษา พระองค์ทรงเจริญวัย
ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงทรงภาษาฝรั่งเศสและเยอรมันได้เป็นอย่างดี ต่อมา ทรงตระหนักว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนิยมใช้ภาษา
อังกฤษในการสื่อสาร จึงสนพระราชหฤทัยหันมาทรงศึกษาภาษาอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเข้าถึงพื้นฐานของภาษาและ
ทรงคุ้นเคยในการใช้ภาษานี้ถึงระดับที่ทรงได้ดีเป็นพิเศษ และยังทรงสนพระราชหฤทัยในการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักนิรุติศาสตร์ เมื่อทรงมีเวลาว่างจะทรงพระอักษรและทรงพระราชนิพนธ์แปลบทความจากวารสารภาษาต่างประเทศ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๗ ทรงแปลหนังสือเรื่อง
นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ (A Man Called Intrepid) ของ วิลเลียม สตีเวนสัน เป็นภาษาไทย ในปีต่อมาทรงแปลหนังสือเรื่อง ติโต (Tito) ซึ่งเป็นชีวประวัติ
ของ นายพลติโต ประพันธ์โดย ฟิลลิสออติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลือกแปลผลงานของ วิลเลียม สตีเวนสัน เพราะเป็นเรื่องที่ได้อรรถรสเกี่ยวกับกระบวนการความคิดเห็นและการตัดสินใจของคน โดยละเอียดรวมทั้งแสดงให้เห็นความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นของพวกสายลับฝ่ายพันธมิตรระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองที่ไม่เปิดเผยตัว หรือมองอีกแง่มุมหนึ่ง
จะเห็นพลังของความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันของฝ่ายพันธมิตร และความเสียสละอัตตาของตน เพื่อให้บรรลุผล คือความเป็นเอกภาพให้จงได้ นอกจากนี้ ในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง Buddhist Economics พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำสาระบางตอนจากเรื่อง Small is Beautiful ประพันธ์โดย อี เอฟ ชูมัคเคอร์ มาประกอบ
พระราชนิพนธ์แปลเรื่อง พระมหาชนก เสร็จสมบูรณ์เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้จัดพิมพ์ในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๙ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนผู้มีจิตกุศล ให้เกิดความคิดในทางสร้างสรรค์ นอกจากนั้น ผู้อ่านยังได้รับอานิสงส์ มีความพากเพียรที่บริสุทธิ์ มีปัญญาเฉียบแหลม และพลานามัยสมบูรณ์
พระปรีชาสามารถที่ทรงใช้ภาษาต่างๆ ได้อย่างเชี่ยวชาญเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมาก แม้แต่ภาษาสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาโบราณและศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูก็ทรงศึกษารอบรู้อย่างลึกซึ้ง
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยพระพุทธคุณ ด้วยพระธรรมคุณ ด้วยพระสังฆคุณ ด้วยบุญกุศลที่ผมได้ทำ ด้วยบุญกุศลทั้งหลาย ที่ท่านได้ทำ จงเป็นปัจจัยส่งให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง ด้วยเทอญ
สองปีที่ผ่านมา……
เราใส่ เสื้อเหลือง
เราใส่ สาย รัดข้อมือสีเหลือง
คนนับแสน ไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที
วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเชื่อศรัทธาในระบบการปกครอง
โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามี
ประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์ จงรักภักดี
ต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคน ไทย
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
โชคดีที่เรามีในหลวง ภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใดได้เกิดมาใต้ร่มโพธิ์ทอง
รักกันดั่งพี่น้อง แผ่นดินแหลมทองเลื่องชื่อลือไกล ในน้ำมีปลา
ในนามีข้าว พร่างพราวเรื่อเหลืองวิไล ทุกชีวิตสดใส ใต้ร่มบารมี
องค์จักรีภูมิพล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
เราคนไทย จงร่วมกันทำความดีเพื่อในหลวงของเรานะครับ พระองค์ท่านทรงทำเพื่อคนไทยมามาก ถึงเวลาแล้วนะครับที่เราจะต้องทำเพื่อพระองค์ท่าน ขอให้คนไทยสามัคคีกันไว้นะครับ
ขอถวายพระพรชัยมงคลให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน สถิตย์เป็นมิ่งขวัญแก่คนไทยตราบนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
“คำ สอนประโยคเดียวก็เกินพอ” นั้นคือพระราชดำรัสที่ว่า “มาอยู่กับฉันนั้น
ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์
ให้แก่ผู้อื่น” ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
เป็นผม ผมจะยืน ไม่ใช้ยืนตามใคร ผมรักในหลวง
แล้วแต่สำนึกของแต่ละคนครับ
ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานครับ ขอให้คนไทยรักกันมาก ๆ นะครับ สามัคคีถวายแด่พ่อหลวงที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทุกคนนะครับ
ผมรักในหลวงครับ จะขอจงรักภักดีต่อ ชาติบ้านเมือง พระมหากษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ดวงใจของไทยทั้งชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงของปวงชนชาวไทย
ทุกหมู่เหล่า
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำราญ มีพระพลานมัยแข็งแรงสมบูรณ์
มีพระชนม์ยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตลอดกาลนานเทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ภูมิใจที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยอยู่ใต้โพธิสมภารของในหลวงที่ทรงมีพระเมตตา
ต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
พื้นที่ใดแห้งแล้ง พื้นที่ใดน้ำท่วม พระองค์ก็ทรงมีพระเมตตาพระราชทานช่วยเหลือ
ให้ราษฎรของพระองค์ได้อยู่ดีมีสุข ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ภูมิใจที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยอยู่ใต้โพธิสมภารของในหลวงที่ทรงมี
พระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
มีพระเกษมสำราญ มีพระพลานมัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีพระชนม์
ยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตลอดกาลนานเทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
รักในหลวงครับ
พระองค์ทรงพระปรีชา สร้างหลักปรัชญาล้ำค่า
ให้แก่ปวงชนทั่วหล้า เพื่อแก้ปัญหาทั้งปวง
พ่อหลวงท่านทรงห่วงใย ลูกไซร้พร้อมรับนำพา
ปรัชญาพ่อหลวงชี้ทาง ขัดขวางความทุกข์ทั้งปวง
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
โชคดีที่เรามีในหลวง ภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใดได้เกิดมาใต้ร่มโพธิ์ทอง
รักกันดั่งพี่น้อง แผ่นดินแหลมทองเลื่องชื่อลือไกล ในน้ำมีปลา
ในนามีข้าว พร่างพราวเรื่อเหลืองวิไล ทุกชีวิตสดใส ใต้ร่มบารมี
องค์จักรีภูมิพล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ความรู้ตน
เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและ
ความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน
(พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521)
“คำ สอนประโยคเดียวก็เกินพอ” นั้นคือพระราชดำรัสที่ว่า “มาอยู่กับฉันนั้น
ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์
ให้แก่ผู้อื่น” ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
พระคุณพ่อนั้นล้นเหลือที่กอปรเกื้อต่อแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่หลั่งรินทุกหยดสิ้นเพื่อปวงชน
จงทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่ในหลวงของเรา โดยการกระทำความดีเสมอ พึงละเว้นการทำชั่ว เพราะการทำชั่วนั้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นที่พันพัว ความดีทั่วถ้วนร้อยพลอยมลาย
คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและ
ในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย
ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521)
ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496)
ช่วยกันโพสข้อความถวายพระพรกันเยอะๆนะคับเพื่อพ่อของพวกเราทั้งประเทศไทย………..คับ……..
เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง ๓ สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเราธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคีแม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือเราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้าในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุขพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติพระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรมจากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเราผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
พระบรมราโชวาท ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐
งานของชาตินั้นเป็นงานที่กว้างขวาง ประกอบด้ยงานทุกด้านทุกระดับอันสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องถึงกันหมด โดยแต่ละอย่างต่างต้องอาศัยและเกื้อกูลสนับสนุนกันอย่างสอดคล้องพอเหมาะพอดี จึงจะสัมฤทธิ์ผลที่ทำให้ชาติบ้านเมืองมั่นคงและเจริญก้าวหน้าไปได้. ดังนั้นข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จึงต้องพยายามปฏิบัติงานให้สัมพันธ์ประสานกับบุคคลอื่น ฝ่ายอื่นให้ได้.
สถาบันกษัตริย์ต้องอยู่คู่เมืองไทยไปนานแสนนาน
นักพัฒนาที่คนไทยเทิดทูน
ทุกข์ของประชาชน คือ ทุกข์ของพ่อของแผ่นดินด้วย
หากเรารักษาสถาบันสูงสุดของเราไว้ เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้ได้
ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
ความงดงามที่คงทน ดั่งหยาดฝนพ่อสร้างทำความพอเพียงลูกน้อมนำ ความดีนั้นที่ยั่งยืน
ฟ้าหลังฝนคือ…ผลงาน ทรงประทาน…พระเมตตา ๘๐ พระชนม์พรรษา ที่ทรงนำพาเศรษฐกิจพอเพียง
ทุกหยาดเหงื่อของพ่อเพื่อไทย คือหยดน้ำใจแห่งความพอเพียง ๖๐ ล้านประสานเสียง เปล่งสำเนียง ขอเป็นลูกที่ดี
ข้าพเจ้าขอน้อมถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทย ขอให้พระองค์ทรงมีบารมีอันสูงส่ง ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงยิ่งยืนนาน
ร่มใดเล่าจะเย็นเท่าร่ม บรมศาสตรกษัตริย์ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายชีวี..จนดับสิ้น..เพื่อเทิดไท้ องค์ราชัน
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นล้นพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานที่สุด
ทรงเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
เรารักในหลวง
ทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่ในหลวงของเรา