สมานฉันท์ หรือว่า นองเลือด อยู่ที่ “มัน” มกราคม 4, 2008
Posted by killerpress in การเมือง,Thai Politics.trackback
บรรดานักวิเคราะห์การเมืองทางอินเตอร์เนท ในเวลานี้แบ่งออกเป็นสองขั้วความคิด คือฝ่ายหนึ่งเห็นว่า จะต้องถึงกับนองเลือด เนื่องจากว่า มีมือที่มองไม่เห็น บังอาจเหิมเกริม “เสือก” เข้ามามีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับเขาด้วย อีกฝ่ายบอกว่า ไม่นองเลือด พรรคพลังประชาชน สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามปกติ เดินหน้าปกครองประเทศ อย่างผาสุขสืบไป
ที่ว่านองเลือด ก็คือเมื่อมีมือสกปรกที่มองเห็นกันอยู่จะจะ ที่มันพยายามโอบอุ้มพรรคในมดลูก หวังจะให้ได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เดินหน้ากำจัด พรรคพลังประชาชน ด้วยการใช้ใบแดง ใบเหลือง สะกัดกั้น รวมไปถึงเรื่องหาทางยุบพรรคอีกด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน อย่างกว้างขวาง และอาจก่อจราจลเผาบ้าน เผาเมืองลามไปทั่วทั้งประเทศ ก็ได้ เมื่อถึงวันนั้น ฝ่ายทหารก็จะออกมาปราบปรามประชาชน หากเอาอยู่ไม่บานปลาย ก็คงมีการนองเลือดกันครั้งใหญ่ หรือเกิดการกวาดล้างฝ่ายสนับสนุนพรรคพลังประชาชนกันแบบล้างแผ่นดิน หรือจะเกิดมีกลุ่มทหารที่เข้าด้วยกับฝ่ายประชาชน ออกมาปะทะกัน นั่นย่อมหมายถึง มิคสัญญีแน่นอนเช่นกัน ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่า ฝ่ายที่มีมวลชนหนุนหลังอยู่ จะต้องได้รับชัยชนะ ส่วนฝ่ายที่พ่ายแพ้ อาจจะต้องมลายหายสูญไปจากแผ่นดินตลอดกาล หลังจากนั้นบ้านเมืองก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เหิมเกริม ไม่เห็นหัวประชาชน จะสูญพันธุ์ หรือเผ่นหนีออกนอกประเทศกันจ้าละหวั่น นักวิชาการและสื่อสารมวลชน ที่ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ เผด็จการจะถูกทำลายล้าง ถึงกาลวิบัติ
ส่วนฝ่ายที่มองว่าสถานการณ์จะเงียบสงบ รอมชอมประนีประนอมกันได้ พรรคพลังประชาชน สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามธรรมชาติ แห่งสากลจักรวาล ก็จะดำเนินการ แก้ไขในสิ่งผิด สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เหล่าเผด็จการ สร้างปม ปัญหาขึ้นมาในระหว่างที่ครองอำนาจจะถูกสะสาง แก้ไขให้ถูกต้อง ตามหลักกฏหมาย บรรดาตุลาการ นักวิชาการ สื่อสารมวลชน และทหารนอกแถว ต่างก็สงบเสงี่ยมกลับสู่ที่ตั้งตามสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เจ้าของมือที่มองไม่เห็น ก็วางมือ เก็บตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป บ้านเมืองก็กลับคืนสู่สภาพเดิมๆ เหมือนดังแต่ก่อนมา
นี่เป็นสิ่งที่ เกจิอาจารย์ นักวิเคราะห์การเมือง ทางอินเตอร์เนทให้บทสรุปเอาไว้ ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะให้น้ำหนักไปในทิศทางใด แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับ “มัน” ทั้งสิ้น ว่าจะยอมวางมือหรือไม่ ? ไม่ต้องมาถามถึง “ประชาชนหรือประเทศชาติ”
มิกสัญญี สะกด ค ไม่ใช่รึ => มิคสัญญี
ส่วน จลาจล นี่ ล แน่นอน
ไม่ชอบเฮียสมัครเลยค่ะ แย่มาก *-*
เราไม่เคยคิดว่าจะมีสิบสี่ตุลาหรือพฤษภาทมิฬมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว เรายังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่ แต่แนวโน้มมันเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ บางคนบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการรักษา status quo ของผู้มีอำนาจและบารมี แต่การที่พวกเขาจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะไหนย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของพวกเขาเอง ประชาชนย่อมไม่ใช่ผู้วางกฎกติกาแต่ประการใด ก็เพียงไม่อยากให้ผู้คนต้องบาดเจ็บล้มตายกันมากนัก สงสาร เพราะผ่านมันมามากครั้งแล้วทั้งที่เห็นในเมืองและที่ไม่ได้เห็นในป่าเขา
ทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับประชาชนเลย หรือแม้แต่นักการเมือง ก็ไม่มีสิทธิ์เอาเลยด้วยซ้ำ น่าเศร้า แต่ ก็เป็นความจริงสำหรับเมืองไทย
ต้นไม้ประชาธิปไตย จะเติบโตได้ด้วยเลือดและเนื้อที่รดมันอยู่เสมอ…
ที่ยังไม่นองเลือด เพราะ ยังมีสิ่งทีเรียกว่า “เมตตา” มันวนเวียนกระจายอยู่ในอากาศ
อย่างไรก็ตาม ก็ทำให้เหตุการณ์คาราคาซังไปด้วยเช่นกัน ..
แล้วแต่ว่าใครคิดว่าจะให้เหตุการณ์ดำเนินไปในแนวใด คือ.. ด้วยความเร่ง หรือ ค่อยเป็นค่อยไป..
tit แสดงว่า มีัการบริหารจัดการให้มันเจริญๆยิ่งๆขึ้นไป ด้วยความเร่งใช่หรือไม่
แปลว่า เลือดคือปุ๋ยช่วยเร่งประชาธิปไตยให้โตหรอกหรือครับท่าน น่าสยดสยอง จริงๆ
ประยุกต์มาจาก
“The tree of liberty must be refreshed from time to time with the blood of patriots and tyrants.” –
— Thomas Jefferson
ครับ.. ผมคิดว่าเค้าสรุปมาจากการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ จำนวนมาก เลยบอกว่า ต้นไม้แห่งเสรีภาพ ต้องถูกรด ล้าง ด้วยเลือดของทรราชย์และคนดี เสมอๆ
สงครามก็เกิดขึ้นจากบรรดาทรราชย์ แล้วก็มีคนที่มีสติเค้ามาช่วยแก้ไข วีรบุรุษก็เกิด
แต่ที่ไทยเหตุการณ์ก็เป็นเช่นกัน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งคือความเมตตา ที่ช่วงถ่วงเหตุการณ์เอาไว้
ปล. ผมติดตามบทความคุณ killer เสมอๆ นะครับ..