jump to navigation

มีชัย ตัวอย่าง กากเดนศักดินาตัวสุดท้าย สิงหาคม 5, 2007

Posted by killerpress in News, การเมือง,Thai Politics, การเลือกตั้ง, คอรัปชั่น, นักการเมือง, เผด็จการ ศักดินา.
trackback

นายมีชัีย ได้ออกมาให้ข่าวว่า มีนักการเมืองค่ายไทยรักไทย ทุ่มเงิน 30 ล้านบาทเพื่อซื้อ อดีต ส.ส.ไม่ให้ย้ายพรรค นี่คือตัวอย่าง แนวความคิดของพวก กากเดนศักดินา คือมักจะพูดจาให้ร้ายในทางลบ กับ นักการเมือง เสมอๆ พยายามมอมเมาให้คนในสังคมไทย มองภาพนักการเมือง เป็นลบ เป็นพวกนักเลือกตั้ง เป็นพวกเห็นแก่เงิน เห็นแก่ได้ ทุจริต โลภมาก กะล่อนปลิ้นปล้อน

อะไรทำให้คนพวกนี้ต้องกล่าวหานักการเมืองในทางลบ แบบเหมารวม เสมอๆ มันเป็นสันดานหรือเปล่า ก็คงไม่ใช่ แต่มันเป็น Policy ของพวกศักดินา ที่จำเป็นจะต้อง กล่าวหาพวกนักการเมืองให้มีภาพที่เลวเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะทำให้กลุ่มพวกตนดูดี มีราคามากขึ้น ในสายตาประชาชน เพื่อดำรงสถานภาพนำ ในสังคมไทยเอาไว้ให้ได้ ทำให้พวกเขาดูสูงส่ง เป็นอีกชนชั้นหนึ่ง เป็นพราหมณ์ยุคใหม่

คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้มีนักการเมืองที่โดดเด่น มาข่มรัศมีพวกเขาเสียก่อน แต่พวกเขาจะใช้วิธีกล่าวหาใน ลักษณะที่ สร้างความถี่ พูดไปเรื่อย พูดจนสังคมเชื่ออย่างฝังหัวว่า “จริง” และประชาชน จะมองภาพนักการเมืองในแง่ลบอยู่เสมอ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม ใครทำคุณงามความดีด้วยใจบริสุทธิ์ พวกเขาก็จะพยายามดิสเครดิต ว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์แอบแฝง ผลประโยชน์ทับซ้อน นี่คือหนทางหากินของคนจำพวกนี้ แต่มันไม่กล้าเผชิญหน้ากันแบบ ตัวต่อตัว เพราะมันก็เกรงกลัวจะถูกสวนกลับ และต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ในที เพราะถ้าหากปราศจากนักการเมืองเสียแล้ว พวกมันจะมีอะไรให้ “ข่ม” ได้เล่า จะให้พวกมันอวตารมาเป็นนักการเมือง พวกมันก็ไม่เอา เพราะมันกลัวจะแปดเปื้อนราคี การเมืองเป็นสิ่งสกปรก และต้องห้ามสำหรับพวกมัน แต่เมื่อไหร่ที่เกิดช่องว่างทางการเมือง การปกครอง คนพวกนี้ก็จะลงจากหอคอยงาช้าง เพื่อมาโปรดสัตว์ สร้างกติกา สร้างอะไรต่อมิอะไร ให้ประชาชนคนไทยได้ซาบซึ้ง ในความเสียสละของพวกมันเสมอ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อชาติของมัน ก็กลับขึ้นไปเสวยสุขตามเดิม นี่คือวงจรอุบาทว์ของศักดินาไทย ที่วนเวียนสร้างความชอบธรรมอยู่อย่างนี้ เบื้องหลังคนพวกนี้ไม่มีใครกล้าที่จะฉีกหน้ากากพวกมันออกมา ว่ามันมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรกันบ้าง พวกมันมีไส้กี่ขดๆ ที่เน่าเหม็น จะไม่มีใครได้รับรู้ เพราะพวกมันมีคอนเนคชั่นกันเป็นการภายใน สังคมของพวกมัน โดยอาศัยความสัมพันธ์ทางเพศ (Intermarry Crossing) ยึดโยงกันเป็น Network จึงยากนักที่ความเน่าเหม็นของพวกมันจะ “ฉาวโฉ่” ออกมาให้สังคมภายนอกได้รับรู้ แต่อย่างน้อยก็ได้รับประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณ ได้รับการยอมรับนับถือจากสังคม จากการกล่าวให้ร้ายป้ายสี นักการเมือง ว่าชั่วช้าเลวทราม จนติดเป็นสันดานนั่นเอง จึงทำให้ตนเองดูสูงส่งกว่าผู้อื่นอยู่เสมอ

สำหรับนายคนนี้ ก็ไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากขุนน้ำขุนนาง เศรษฐีผู้ดีเก่าแต่ประการใด เพียงแค่ว่าได้รับการศึกษาที่สูง จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไข ที่พวกศักดินาจะ รับเข้าพวกด้วยได้ นั่นเป็นเพราะในสมัยก่อนนี้ ผู้ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศในบางสาขา ยังจำกัดอยู่มาก บุคลากรเหล่านี้ จึงมักได้รับการ ฟูมฟักเป็นพิเศษ ได้รับการเชื้อเชิญให้เขามาปรนนิบัติรับใช้ ศักดินา อย่างเช่นนายคนนี้ ถ้าเป็นในปัจจุบันนี้นายคนนี้คงไม่ได้เกิด เพราะมีผู้ที่เรียนจบจากต่างประเทศ ในหลากหลายสาขาวิชา นับไม่ถ้วน ดังนั้น คนที่ได้ดิบได้ดี เพราะการศึกษาเป็นตัวเชื่อมในการไต่เต้า ในสังคมศักดินา สำหรับคนแบบนี้ ลักษณะนี้ จึงถือเป็น “ตัวสุดท้าย” แล้วจริงๆ เราจึงควรมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา ด้วยความเมตตา ในฐานะสัตว์โลก ที่ร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน

ความคิดเห็น»

No comments yet — be the first.