jump to navigation

อยากรู้จริงๆว่า “สื่อสิ่งพิมพ์แนวการเมือง” มันจะขายให้ใคร สิงหาคม 3, 2007

Posted by killerpress in News, การเมือง,Thai Politics, สื่อสารมวลชน.
trackback

สื่อสารมวลชนมีหลายแขนง สื่อสิ่งพิมพ์ก็แบ่งออกไปได้ยิบย่อย ขอกล่าวเฉพาะถึง สื่อสิ่งพิมพ์แนววิเคราะห์การเมือง ที่ออกเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งพุ่งเป้าเจาะตลาดไปที่ กลุ่มคนที่มีความสนใจในการบ้านการเมือง ระดับปัญญาชน คนทำงาน ผู้หลักผู้ใหญ่ เสียเป็นส่วนมาก ที่ซื้อหามาอ่านกันเป็นประจำ ระดับวัยรุ่น วัยทีน คงไม่มีใครสนใจ ที่มีเหลืออยู่ในเวลานี้ไม่กี่ยี่ห้อ ไม่กี่ค่าย ที่ขายๆกัน วางจำหน่ายอย่างทั่วถึงก็มี

  • สยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์
  • มติชน สุดสัปดาห์
  • เนชั่น สุดสัปดาห์
  • และหนังสือโนเนมอื่นๆ

สามค่ายนี้ออกหนังสือแนวนี้มานาน เป็นที่น่าเชื่อถือใ้นบทความมาโดยตลอด แต่หลังจาก “วิกฤติทักษิณ” จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์อัปยศ 19 กันยายน 2549 หนังสือเหล่านี้ก็เริ่มกลายพันธุ์โดยมิได้นัดหมาย กลายเป็นสุนัขรับใช้เผด็จการทรราชศักดินาโดยพร้อมเพรียงกัน จะโดยยินยอมพร้อมใจ หรือถูกบังครับ คงไม่ใช่ปัญหาของคนอ่าน แฟนประจำ ปัญหาของแฟนหนังสือทั้งหลายเหล่านี้คือ จะตัดสินใจ ควักกระเป๋าซื้อหนังสือเหล่านี้มาอ่าน หรือไม่ ? และความน่าเชื่อถือใ้นข่าวสารข้อมูล ที่ได้รับจากสื่อเหล่านี้จะถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นธรรมหรือไม่ ? ตั้งอยู่บนพื้นฐานของจรรยาบรรณ ของสื่อสารมวลชนมืออาชีพหรือไม่

วันนี้ไปหยิบๆ เปิดๆ ดูหลังจากที่ไม่ได้ ซื้อหนังสือพวกนี้ แทบไม่ได้อ่านมาเกือบปี ก็คิืดว่า อะไรๆคงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หลังจากอ่านบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ การสลายม็อบหน้าบ้าน ประธานองคมนตรี ผู้นิยม “เสือก” เรื่องการเมือง ก็ต้องยอมรับว่า “สันดานขี้ข้าสุนัขรับใช้ เผด็จการ” ยังไม่เปลี่ยนแปลง ถึงกับเรียก กลุ่มผู้ชุมนุมว่า “ม็อบไข่แม้ว” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่ได้กระดากอายอะไรเลย แสดงถึงจิตใจที่เลวทรามต่ำช้า สถุลอคติ ลามกจกเปรตโดยสันดาน ของ คนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี มันแสดงให้เห็นถึง “ความต่ำ” ในการใช้ภาษา ที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนจาก บุพการี

ดูจากความเดรัจฉานของ “สื่อ” เหล่านี้ จะเห็นได้ชัดว่า แตกต่างราวฟ้ากับดิน กับ การชุมนุมของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (เพื่อเผด็จการทรราชศักดินามากกว่า) ที่ได้รับการยกย่อง เทิดทูล เชิดชู บูชา เยี่ยงวีรบุรุษประชาธิปไตย มากอบกู้บ้านเมือง เสียสละ เสี่ยงเป็นเสียงตาย อะไรสารพัด สุดแท้แต่พวกมันจะพรรณาได้

ถ้าความอยุติธรรมมันเกิดขึ้นในสังคม จนถึงระดับ หาที่สุดมิได้ เสียแล้ว ก็อย่าได้ “ฝัน” ถึงความสมานฉันท์ ความสามัคคี ปรองดองอะไรกันเลย มันมีแต่จะรอวัน “ระเบิด” โดยที่ไม่รู้เสียด้วยว่า ปริมาณผู้คนฝ่ายไหนจะมากมายกว่ากัน เพราะมันถูก ปกปิด บิดเบือนกันไปเสียจน ไม่สามารถ หยั่งกระแส ความรู้สึก นึกคิดของประชาชน ที่แท้จริงได้ ตามปกติอีกแล้ว

สุดท้าย…ทุกวันนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่า บรรดาแฟนคลับ หนังสือเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็น “คอร์การเมือง” ทั้งสิ้น คนที่ซื้ออ่าน ก็ไม่ใช่ “ขี้ไก่” แล้วจะใช้กรรมวิธีมอมเมาให้ “กูรู” การเมืองเหล่านั้น หลงเชื่อ หรือว่า คล้อยตามได้แน่หรือ ? มันมีแต่จะเป็นการ “ฆ่าตัวตาย” บ่อนทำลาย เครดิตตนเอง กันเสียมากกว่า และเชื่อว่า มันต้องเป็นเช่นนั้น เพราะ ยอดขาย ของหนังสือเหล่านี้ ไม่น่าจะเป็นเหมือนก่อน แต่แทนที่พวกมันจะคิดว่า เป็นเพราะ ฝีมือการมอมเมาแบบโง่ๆ ของพวกมัน มันกลับคิดว่า เป็นเพราะ “ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง” เลยไม่ซื้อหนังสือมันมาอ่าน……….

ความเห็น»

No comments yet — be the first.